[TE] Honda Erina

posted on 05 Aug 2015 19:45 by sr-wish in TE
 
 
 

 
 

“ฉันชื่อเอรินะ ฮอนดะ เอรินะ piacere”

“ได้สิ เรื่องแค่นี้ ไม่เห็นจะยากเลย”

“ขอโทษนะ ช่วยพูดช้าๆได้ไหม ฉันไม่เข้าใจศัพท์ยากๆพวกนั้น”

 
 

สกุล - ชื่อ : ฮอนดะ เอรินะ  本田 (えりな)

สัญชาติ : ญี่ปุ่น-อิตาลี (ได้สัญชาติอิตาลีเนื่องจากเกิดในอิตาลี)

ชั้นปี / อายุ :1 / 15

อายุ : 15

นิสัย :

  • แอคที่ฟ : คิดเร็ว ทำอะไรรวดเร็ว กระฉับกระเฉงแทบจะตลอดเวลา ไม่ชอบการอยู่เฉยหรือหยุดนิ่ง รักความสนุกสนาน

  • มั่นใจในตัวเอง : กล้าคิด กล้าทำ ไม่หวาดกลัวต่ออะไร พร้อมชนทุกสถานการณ์ เฟรนลี่กับทุกๆคน รวมไปถึงกล้ารับผิดในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ

  • วางตัวดี : พูดจาระมัดระวัง มักไม่หลุดคำหยาบคายหรือคำที่กระทบจิตใจผู้อื่น เก็บอารมณ์เก่ง และเป็นคนที่อารมณ์ค่อนข้างเสถียร ไม่โกรธหรือโมโหง่าย

  • ทันสมัย : จริงจังกับการแต่งตัว ตามแฟชั่น ตามข่าวสารใหม่ๆอยู่เสมอ มีความสุขกับการ Mix&Match และการจับจ่าย

  • มีความเป็นผู้นำ : มักจะเป็นคนริเริ่มทำอะไร สามารถทำงานแง่การจัดการหรือการวางกลยุทธ์ได้ดี

  • สกินชิป : เนื่องจากโตมาในต่างหระเทศ ทำให้บางครั้งจะติดนิสัยถึงเนื้อถึงตัวกับผู้อื่นจนอาจจะเกินเลยไปบ้าง

  • ใจดี : เบื้องหลังมาดของเธอมีความใจดีซ่อนอยู่ บ่อยครั้งที่มักจะใจอ่อนกับคนอื่นที่ตนเอ็นดู ชอบการแบ่งปัน    

ส่วนสูง / น้ำหนัก : 168 / 49

สีตา / สีผม : ดำ / ดำ

อาชีพ : นักเรียน

โรงเรียน : ฮาเนงาซากิ

อื่น ๆ :

Twitter : @TE_H_Erina หรือ ผปค. @lalalunable


 
-------------------------------------------------------------------------------------------
 
กลับมาอีกครั้งกับ TE อีกแล้วค่ะ //ซรับน้ำตา
ยังไงก็ขอฝากฝาแฝดตัวน้อยๆไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ
 

[EINT]After Chapter I

posted on 28 May 2015 03:12 by sr-wish in EINT

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
Exteen Intersomnia
 
 
--------------------------------------------------------------------------------

                ...เอ็งไปวัดครั้งล่าสุดเมื่อไหร่

 

                ตัวเลขบนหน้าจอโทรทัศน์ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างเชื่องช้า เขาได้แต่ภานาให้มันหยุดอยู่เพียงแค่เท่านั้น หากแต่คำภาวนากลับไม่เป็นผล จากเลขหนึ่ง เปลี่ยนไปสู่เลขสอง สาม และสี่... ตามลำดับ

 

                เขาคงจะดีใจมาก หากเลขดังกล่าว... ไม่ใช่สกอร์ของฝั่งตรงข้าม

 

                แม้ว่าเขาจะเคยชินกับความเจ็บปวด แม้ว่าพักหลังเขาจะไม่รู้สึกยี่หระกับความพ่ายแพ้ และแม้ว่าเขาจะยิ้มสู้และยอมรับมันไหว แต่วันนี้กับต่างออกไป นี่เป็นนัดแรกที่เขาต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

 

                ความฝันนั้นจบลงแล้ว....

 

 

 

               

                ตลอดช่วงชีวิต เขาต้องเผชิญกับการจากลามานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าถึงวันที่คนๆนี้จากไป... เขาจะทนได้หรือไม่ และความเจ็บปวดนั้นจะสาหัสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่... ก่อนที่ความคิดเหล่านั้นจะถูกสลัดทิ้งไป ไม่มีใครคาดคิดว่าคำถามนั้นกลับมีวันที่กลายเป็นความจริง

 

                สายตาอ้างว้างก้มมองเสื้อสีแดงในมือแน่นิ่ง ลายเซ็นด้วยปากกาสีดำเหนือตัวเลขแปดสีขาวชวนให้หวนนึกถึงรอยยิ้มของคนผู้หนึ่งที่เขาฝากความฝันเอาไว้

 

                ในเมื่อวันนี้มาถึง เขาฝันเพียงว่ามันจะเป็นการลาจากกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

 

                บาดแผลและความเจ็บปวดนี้.... ช่างสาหัสเหลือเกิน

 

 

 

                ไล่นิ้วผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่เริ่มยาวไม่เป็นทรงของตน ขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนกระดาษโน้ตในมือ ตัวอักษรยึกยือเขียนด้วยปากกาลูกลื่นหมึกสีน้ำเงินคล้ายกับภาษาไทย แต่กลับไม่ใช่ภาษาไทย คิ้วเข้มพลันขมวดเข้าหากันเมื่อหยุดสายตาลง ณ เครื่องหมายประหลาด ก่อนลองเปล่งเสียงเบาๆอย่างไม่ใคร่เป็นภาษาและฟังดูชวนให้ขบขัน

 

                เสียงหัวเราะใสกังวานดังมาจากที่ไม่ห่าง เรียกให้สมาธิที่กำลังจดจ่อ ขาดผึงไปในเสี้ยวลมหายใจ เขาเงยหน้ามองช้าๆพร้อมถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

 

                เธอยังคงส่งยิ้มมาให้... รอยยิ้มที่มักจะแต่งแต้มเหนือเรียวปากอิ่มคู่นั้นเช่นทุกที แววตาคู่กลมโตเองก็มองมาอย่างขบขัน

 

                เขาผละมือออกจากเส้นผม ลดตำลงมาเหนือระดับอกของตน กระตุกรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย

 

                เว้นช่วงสูดลมหายใจให้เต็มปอด ความขบขันในแววตาอีกคู่นั้นเริ่มถูกแทนที่ด้วยความฉงนสงสัย

 

                “ตั้งจิตอธิษฐานแล้วกล่าวตามข้าพเจ้านะโยม... นะโม” เสียงเข้มถูกบีบลงให้แหลมเล็กพร้อมสำเนียงที่แหบแห้งเลียนภาพลักษณ์ของสมณะ “ตัสสะ... “

 

                เป็นไปตามคาด เธอหัวเราะ... เสียงหัวเราะที่เขาอดหัวเราะตามไปไม่ได้

 

                “ฉันนึกภาพนายเป็นพระไม่ออกเลยจริงๆ” หล่อนกล่าวแทรกขึ้นพลันปาดน้ำตาเบาๆ “หลวงพี่คะ ในวัดเขาห้ามดูบอลนะคะ”

 

                “ก็ไม่ต้องคิดไง” กล่าวพลางโคลงหัวเบาๆก่อนเอนหลังพิงพนักโซฟา “เก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์”

 

                “แค่นายบอกว่าจะไปบวชฉันก็เซอร์ไพรส์มากแล้วนะ” หญิงสาวกล่าวพลางเอื้อมมือมาสัมผัสเส้นผมที่รวบไว้ลวกๆของเขา

 

                “ก็ลองดูเผื่อบวชแล้วดวงจะดีขึ้นมั่ง” เขาหลับตานึกย้อนถึงสิ่งที่เจอมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งความพ่ายแพ้... การตกอันดับ... การจากลา... นี่ยังไม่นับรวมความฝันที่เจ็บปวดและโชกเลือดเหล่านั้นอีกต่างหาก

 

คนได้รับคำตอบหัวเราะเบาๆอย่างรู้ทัน ก่อนจะเบี่ยงประเด็นขณะที่สองมือกำลังสาละวนจับการถักเส้นผมในมือเจ้าหล่อนให้เป็นเปียขนาดเล็กๆอย่างที่มักจะทำประจำ “ไม่เสียดายผมรึไง อุตส่าห์เลี้ยงจนยาวตั้งขนาดนี้”

 

                เขาเหลือบตามองไปทางผู้ถาม เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “...ฉันแค่ขี้เกียจไปตัด”

 

                “ก็คิดแค่ว่า... ได้ลองใช้บริการนะโมตัดสระบาเบอร์ก็คงดีเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

                “ไม่ต้องห่วง... เตี่ยจัดการเรื่องงานทางนี้เรียบร้อยแล้ว เอ็งท่องคำอุปชาให้ขึ้นใจละกัน” เสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากอันเป็นเอกลักษณ์ส่งผ่านปลายสาย “ในที่สุดก็มีชายผ้าเหลืองให้เกาะขึ้นสวรรค์ซักที เตี่ยสั่งจีวรยาวพิเศษเพื่อเอ็งเฉพาะเลยนะ”

 

                “จีวรไม่ใช่สไบหรือส่าหรีนะเตี่ย” คนเป็นลูกตอบกลับพลางหัวเราะเบาๆ

 

                “