[HB] May :: First Time

posted on 23 May 2014 07:13 by sr-wish in HB

 

 

*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe

 

 


----------------------------------------------------------------------------------

 

                เคาะนิ้วมือกับหน้าปัดนาฬิกาซ้ำๆ ตัวเข็มที่ยังไม่ยอมกระดิกเลื่อนจากตำแหน่งเดิมคล้ายตอกย้ำถึงความผิดพลาดของตัวเธอเอง คิ้วเรียวของเด็กสาวขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้

 

                อากาศที่อุบลราชธานีแทบไม่ต่างอะไรกับที่ปากเซ แม้จะไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด แต่แสงแดดและแนวเงาของตัวเองที่ทอดไปบนพื้นเพียงสั้นๆก็ชี้ชัดเจนว่าคงเป็นราวๆเที่ยงวัน

 

                ยิ่งคิดยิ่งชวนให้โทษตัวเองซ้ำๆ ทั้งๆที่ในเวลานี้ เธอควรจะถึงกรุงเทพฯแล้วแท้ๆ

 

                หัวเสียไปก็คงไม่ช่วยให้เรื่องอะไรดีขึ้นมา ยังเป็นโชคดีที่แถวนั้นยังพอจะมีร้านกาแฟสดทันสมัยให้เธอใช้เป็นที่พักพิงได้ชั่วคราว อย่างน้อยก็ขอแค่ได้ชาร์ตแบตโทรศัพท์และเปลี่ยนถ่านให้เจ้านาฬิกาชราภาพ ก่อนที่วันนี้ของเธอจะแย่ไปเสียยิ่งกว่านี้

 

 

 

 

 

                เป็นเวลาคล้อยบ่าย แสงแดดที่อุบลราชธานียังคงส่องแรงกล้าไม่ต่างจากเมื่อกลางวัน เด็กสาวบรรจงกดซิมส์โทรศัพท์อันใหม่เอี่ยมเข้าไปตามช่อง ก่อนจะปิดตัวแบตเตอรี่และฝาเครื่องตามเข้าไป หน้าจอความละเอียดต่ำค่อยๆฉายแสงออกมาช้าๆ เรียกรอยยิ้มกว้างให้ผุดพรายขึ้นมาพร้อมๆกับเสียงถอนหายใจ

 

                นี่อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกรักเมืองไทยมากกว่าประเทศอื่นใดในโลก หากไม่ใช่ที่นี่ เธอคงไม่สามารถหาซื้อซิมส์โทรศัพท์ได้ง่ายและรวดเร็วขนาดนี้

 

                ขอบคุณแอร์ของร้านกาแฟที่เปิดเสียจนเย็นฉ่ำ เธอแทบจะเป็นลูกค้าคนเดียวของที่นี่ตลอดบ่าย แต่พนักงานหญิงยังคงต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มสดใส แม้ว่าระหว่างเธอและพนักงานคนนั้นจะไม่มีบทสนทนาใดๆต่อกันมากไปกว่าการสั่งกาแฟ

 

                เอสเพรสโซ่ในแก้วถูกทิ้งไว้ให้ผสมกับน้ำแข็งจนรสจืดชืด หากไม่ใช่เพราะเธอไม่ชอบรสชาติที่หวานจนเลี่ยนเกินไปของมัน เธอคงไม่ปล่อยเอาไว้เช่นนี้ ตลอดเวลาหลายปีที่เดินทางไปยังไร่กาแฟต่างๆทั่วโลก สอนและสั่งสมประสบการณ์ให้เธอสามารถแยกแยะคุณภาพและรสชาติของกาแฟหลากสายพันธุ์ได้ มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าไม่ทำให้เธอกลายเป็นคนที่พิถีพิถันและหลงใหลในเรื่องของกาแฟจนหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

                ไล่นิ้วมือกดไปตามแป้นโทรศัพท์อย่างจดจ่อ ก่อนจะกดโทรออก เอนหลังพังเบาะบุหนังแสนนุ่มของโซฟาตัวที่เธอครอบครองตลอดบ่าย เสียงสัญญาณวนซ้ำทำให้เธอพอจะมีเวลาได้ปลดปล่อยจิตใจของตัวเองให้ล่องลอยไป

 

                หากไม่ใช่เพราะพี่ตาติดต่อมาเรื่องร้านกาแฟที่เจ้าตัวตัดสินใจลงทุนร่วมหุ้น เธอก็ยังคงไม่มีเหตุผลให้เดินทางกลับประเทศไทย... การเดินทางที่ไร้จุดสิ้นสุดเหล่านั้น อาจะเกิดเพราะเหตุผลเดียว ที่ว่าเธอนั้นยังคงหวาดกลัวต่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึงของตัวเอง

 

                เสียงปลายสายกดตอบรับ น้ำเสียงนั้นฟังดูไม่มีวี่แววของอารมณ์อย่างที่เธอคาดไว้ ตรงกันข้าม เจ้าของเสียงกลับมีแต่ประโยคที่ต้อนรับขับสู้ ถามสารทุกข์สุกดิบของเธอด้วยความเป็นห่วงเช่นทุกครั้ง และนั่นกลับยิ่งสร้างให้ความรู้สึกผิดในใจเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

 

                “พี่ตาคะ” นนทรีเอ่ยเรียกชื่ออีกคนเสียงอ่อน จะนานแค่ไหนพี่สาวคนนี้ก็ยังคงเป็นพี่สาวคนดีของเธอเสมอ “จะเป็นอะไรมั้ยคะ ถ้านนท์ถึงกรุงเทพฯวันพรุ่งนี้”

 

                ถอนหายใจและหลับตาลง หากอีกคนจะดุด่าหรือว่ากล่าวอย่างไรเธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะแย้ง เพราะยังไงเสียนี่มันก็เป็นความผิดของเธอเอง

 

                ปลายสายมีเพียงเสียงถอนหายใจ... เสียงถอนหาใจที่พอจะเดาได้ว่าเกิดจากความกังวลใจไม่มากก็น้อย ก่อนที่จะตามมาด้วยประโยที่กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองตามแบบฉบับของญาติผู้พี่ “ไม่เป็นไรหรอกน้องนนท์ พรุ่งนี้มาให้ทันเวลาเปิดร้านก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปแจ้งพี่นกไว้ให้”

 

                แม้จะรู้สึกดีใจกับคำตอบนั้น แต่ชนักความผิดที่ติดหลังก็ทำให้เธอสะอึกไปบ้าง “ไม่มีปัญหาแน่นะคะพี่ตา”

 

                ปลายสายเงียบไปซักนิด “อย่าคิดมากเลย เรานั่นแหละ จะไหวรึเปล่า”

 

                เด็กสาวส่ายหน้าวืด แม้รู้ว่าปลายสายจะไม่เห็นการกระทำนั้นของเธอ “ไม่ค่ะ แค่นี้นนท์สบายมากอยู่แล้ว”

 

                “ดีแล้วล่ะ แต่พรุ่งนี้ห้ามเลทเด็ดขาดนะ! ต้องเผื่อเวลาเตรียมตัวกับจัดข้าวของของเราด้วย”

 

                รับคำเป็นมั่นเหมาะ ก่อนที่จะชะงักไปเมื่อนึกเรื่องสำคัญบางอย่างได้ เธอรีบร้องแย้งก่อนที่ปลายสายจะกรอกคำพูดอำลา “ด...เดี๋ยวค่ะพี่ตา นนท์ขอรบกวนอีกเรื่องได้มั้ยคะ”

 

                “ได้สิ” น้ำเสียงนั่นดูติดจะฉงนไปเล็กน้อย

 

                “เอ่อ... พี่ตาช่วยดูให้นนท์หน่อยได้มั้ยคะ ว่าเครื่องชงกาแฟในร้านยี่ห้อไหนรุ่นอะไร”

 

 

 

                หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาเกือบหกฬิกา ท้องฟ้าแม้ยังมีแสงดาวแต่ก็ไม่ได้มืดมิดเหมือนดึกดื่นค่ำคืน เสียงนกที่ร้องเซ็งแซ่บอกเป็นเหมือนดนตรีประกอบคลอกับเสียงการหมุนของล้อที่กระทบหน้าถนน

 

                หกนาฬิกาเป็นเวลาที่คนส่วนหนึ่งของกรุงกำลังตื่นจากการหลับใหล และเป็นเวลาที่เธอมาถึง ประตูร้านเปิดออกพร้อมด้วยญาติผู้พี่ที่ออกมาต้อนรับด้วยท่าทางสะลึมสะลือ

 

                เธอพยายามส่งยิ้มกลับเพื่อทักทาย แม้ว่าท่าทางของตัวเองในตอนนี้คงจะไม่น่าดูซักเท่าไหร่นัก

 

                เพราะเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้น ครั้งสุดท้ายที่ผิวกายได้แตะสบู่คงเป็นเมื่อก่อนออกเดินทางจากปากเซ ไหนจะสภาพผมเผ้าที่ไม่ได้จัดแต่งให้เรียบร้อย นี่อาจจะไม่ใช่สภาพที่แย่ที่สุดที่เธอเคยเป็น แต่มันก็นับว่าแย่อยู่ดีเมื่อต้องมาเจอคนอื่นในสังคมเมือง

 

                เอื้อมมือลูบปอยผมที่กระดกเป็นหางเป็ด ขณะที่ก้าวตามมนิตาขึ้นไปยังชั้นสองของร้าน คำพูดอธิบายและคำถามของอีกคนแทบไม่อยู่ในสำนึกการรับรู้เมื่อยามที่เสียงหัวใจของเธอเต้นดังอย่างห้ามไม่อยู่

 

                อีกไม่กี่อึดใจ... นี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอได้ยืนอยู่หลังเครื่องชงกาแฟในฐานะของบาริสต้าเต็มตัว ไม่ใช่ในฐานะเด็กฝึกงาน ประสบการณ์มากมายที่ผ่านมาเตือนเธอให้รักษาความพิถีพิถันที่ได้เรียนรู้และจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

 

               

 

 

 

                นาฬิกาแขวนบนผนังบอกเวลาสิบโมงครึ่ง เธอประจำที่อยู่หลังเคาต์เตอร์เครื่องดื่มด้วยอาการหัวใจเต้นระส่ำ ขณะที่หญิงสาวทรงภูมิผู้เป็นเจ้าของร้านกำลังพลิกป้ายที่แขวนหน้าประตูประจก บ่งบอกว่าวันทำงานวันแรกของเธอได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

                กรอกเมล็ดกาแฟคั่วใส่เครื่องบด กลิ่นจางๆที่สัมผัสได้บ่งบอกถึงคุณภาพที่อยู่ในเกณฑ์น่าพึงพอใจจนทำให้เผลอยิ้มออก ก่อนจะตวงวัดผงที่ถูกป่นหยาบเหล่านั้นในอัตราที่พอเหมาะพอควร

 

                เสียงเครื่องชงอัดฉีดพร้อมกับไอน้ำที่พวยพุ่ง พากลิ่นพิเศษเฉพาะตัวอบอวลแทนที่กลิ่นสีใหม่และกลิ่นเนยวานิลลาที่หลงเหลือจากการอบขนมในยามเช้า ใจที่เคยเต้นไม่เป็นจังหวะกลับสงบลงอย่างน่าพิกล

 

                สีดำของกาแฟจงลงเป็นสำน้ำตาลเมื่อถูกผสมเข้ากับนมสดรสดี เธอบรรจงเทกาแฟร้อนๆนั้นใส่ในแก้วกระเบื้องบนจานรอง เคียงด้วยกระดาษทิชชู่พิมพ์โลโก้ของร้าน

 

                ลึกๆในใจ เธอยังคงสัมผัสได้ถึงความกังวลที่ค้างเติ่งเนิ่นนานตั้งแต่วันที่ลาออกจากมหาลัย หวังเพียงแต่ว่า ร้านเล็กๆท่ามกลางความพลุกพล่านของกรุงใหญ่แห่งนี้ จะนำพาให้เธอได้เผชิญกับวิธีที่เธอจะหลุดพ้นจากความรู้สึกแย่ๆเหล่านั้นได้ ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม

 

                หากว่านี่จะไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้ง....

 
 
 
 

----------------------------------------------------------------------------------

 

สรุป

  • กลับมาจากปากเซเพื่อทำงานที่ร้านกาแฟ
  • ผิดพลาดทางเทคนิคทำให้ตกรถที่อุบลราชธานี
  • ไปที่ร้านเอาาวันเปิดร้านพอดี
 
 
 

----------------------------------------------------------------------------------

 เข็นออกมาแบบเมาๆ เมามากกกกกกกก //ซรับน้ำตา
เดือนแรกขอเปิดมาแบบสั้นๆนะคะ
Tags: hb 8 Comments

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วเหมือนได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นๆ รู้สึกสบายๆ แต่ว่าก็ออกขมแฮะ
ชอบฟีลลิ่งเรื่อยๆ ยังงี้จังเลยค่ะ
มาชงให้เรากินบ้างได้มั้ยคะนนท์ //อะไรนะ ดิฉันไม่กินกาแฟ? //เอาน่า เอามาดมก็ยังดี ถถถถถ
เอาใจช่วยนะครับ คุณน้องบาริสต้าผู้น่ารัก...

หอมกาแฟจัง...surprised smile

#7 By Adeya on 2014-06-27 10:26

โธ่นนท์... มีปัญหาอย่าเก็บไว้คนเดียวน่อ //ยืมไหล่บางๆ ของคัดเค้าไว้พิงไว้ระบายได้น้า #แม้นางจะช่วยอะไรไม่ได้เลยก็ตาม

อนึ่ง ทำเลดี กาแฟอร่อย มันต้องราบรื่นสิคะบาริสต้า!! เราเชียร์นะ

#6 By S-SMILE on 2014-06-25 08:33

คลื่นใต้น้ำจริงอย่างที่พิมมี่ว่าแฮะ

ส่วนจะตัดสินใจผิดพลาดเหมือนตอนออกจากมหาลัยมั้ย ก็คงขึ้นอยู่กับอนาคตแล้วล่ะจ้ะ แต่พี่เชื่อว่าประสบการณ์ย่อมเป็นครูให้แก่เราไม่ทางตรงก็ทางอ้อมนะ

ดีไม่ดีอาจจะได้หนุ่มกลับไปนอนกอดเพิ่มซักรายสองรายด้วย  // ตาลตบ 555

#5 By Fern-CS#4 on 2014-06-25 00:40

ท่าทางมีเรื่องให้คิดกังวลเยอะเลยนะสาวคนนี้ //ไม่เป็นไรนะ
ไว้มาเล่นด้วยกันนะจ๊ะ

#4 By Northstream on 2014-06-18 02:14

ภายนอกของน้องนนท์ดูเรียบ ๆ แต่ภายในก็ดูจะป่วนปั่น ไม่ต่างอะไรจากคลื่นใต้น้ำนะคะ

อยากลองชิมกาแฟฝีมือน้องนนท์เหมือนกัน ท่าทางจะอร่อยน่าดูเลยค่ะ

#3 By ::376SEC:: on 2014-05-29 23:15

เป็นฟิคที่ให้กลิ่นอายสงบแต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล เร่งเร้า บีบคั้น สุดยอดมากค่ะ !!

น้องนนท์มีปัญหาอะไรไม่สบายใจหรือต้องการคนอยู่เป็นเพื่อนเดินไปหาพี่จีนได้นะคะ รายนี้ยินดีเสมอ (แม้จะเป็นการอยู่ด้วยแบบเงียบ ๆ ก็ตาม) ฮาาbig smile

#2 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-05-24 20:22

ว้ายยยย มีลูกคู่ปั่นมาลงแล้ว อูเร่ๆ

น้องนนท์ช่างมีความรับผิดชอบสูงดีจริงๆ เสียดายน้องมาวันเปิดร้าน ไอยวริญท์เลยอดชิมฝีมือชงกาแฟฟรี... (ประเด็นเรอะ sad smile )

เธอน่าจะทำงานได้อย่างราบรื่นแหละพี่คิดว่า เว้นแต่ยัยบ้านี่มันจะไปเบียดเบียนกินฟรีให้ลำบากใจ รอเล่นด้วยกันนะจ๊ะ open-mounthed smile

#1 By *Alyssa* on 2014-05-23 20:49