[HB] May :: Another First Time

posted on 28 May 2014 17:39 by sr-wish in HB

             

 

 

 

*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe

 

ช่วงเวลา : เดือนพฤษภาคม ถัดจากเหตุการณ์นี้ 2 วัน

ตัวละคร : อินทนิล(อิน), นนทรี(นนท์)

 


----------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

  อาการตื่นเต้นมักจะทำให้เด็กๆนอนไม่หลับ...

 

                สำหรับอายุที่ย่างเข้าวัยสิบเก้าคงไม่สามารถนับตัวเองเป็นเด็กคนนึงได้เหมือนในอดีต แม้ว่าจะกำลังทรมานกับอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากความตื่นเต้นเช่นเด็กๆก็ตาม

 

                ความล้าที่ถาโถมประเดประดังเข้ามาทำให้ออกจะยากไปซักนิดสำหรับการเพ่งสมาธิให้จดจ่อกับถนนเบื้องหน้า เสียงเพลงจังหวะหนักหน่วงยังเล่นซ้ำ ย้ำๆอย่างคอยกระตุ้นเตือนไม่ให้ความง่วงมาพรากเอาสติอันพร่าเลือนนี้ให้หลุดลอยไป เคาะนิ้วเบาๆกับพวงมาลัยตามเสียงกลอง ปลุกตัวให้ตื่นตัวตลอดเวลา

 

                ทิวทัศน์ที่แสนจะคุ้นตากับภาพที่แสดงบนจอคอมพิวเตอร์นำทางบ่งบอกว่าเป้าหมายของผมนั้นห่างออกไปอีกไม่ไกลเท่าไหร่

 

                ทั้งๆที่บรรดาเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดน จะสามารถย่อโลกทั้งใบให้เข้ามาใกล้กันเสมือนว่าพี่สาวนั้นยังอยู่ไม่ห่างไกลจนเขาแทบไม่ต้องใช้จินตนาการเลยสำหรับการนึกถึงความเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่วันที่ส่งแม่สาวตัวจ้อยนั่นผ่านเกทสนามบินเข้าไป แต่ลึกๆแล้วก็ยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี

 

                แม้ว่าเขากับพี่จะไม่ใช่พี่น้องประเภทที่สนิทสนมแน่นแฟ้นจนตัวติดกันแบบพี่น้องหลายๆคู่ สำหรับอินทนิลแล้ว พี่สาวยังเป็นคนๆเดียวที่สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง และพี่สาวเองก็คงรู้สึกกับเขาไม่ต่างกัน สามปีที่ไม่มีพี่คอยนั่งรับฟังปัญหา จึงกลายเป็นสามปีที่ผลักดันให้เขาเรียนรู้และเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

                หักพวงมาลัยเบนล้อหน้าพารถยนต์คันสวยเลี้ยวเข้าซอย สมองยังคงนึกสรรหาคำทักทาย

 

 

 

 

                “เจ๊อ้วนขึ้นรึเปล่า” คนปากมอมก็ยังคงรักษาความปากมอมได้ดีประดุจเหล็กกล้ารักษาความแข็งแกร่ง กวาดดวงตาสอดส่ายไปรอบร้านอย่างเพ่งพินิจ ก่อนวกกลับมาที่ผู้เป็นพี่สาวที่หลังเคาต์เตอร์ “บอกแล้วว่ากินน้อยๆหน่อย วิดีโอคอลสมัยนี้หลอกตาจริงๆด้วย” เสียงทุ้มแบบเด็กหนุ่มกล่าวเจื้อยแจ้วด้วยรอยยิ้มกว้างจนทำเอาตาที่ตี่อยู่แล้วให้ตีบตี่ยิ่งขึ้นไปอีก ชวนให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้ตะหงิดๆในใจ

 

                “มอคค่าเย็นแก้วนึง-“

 

                “หวานน้อยด้วยใช่ไหม” พนักงานสาวรับคำด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร เธอไม่มีความคิดที่จะกล่าวแย้งประโยคใดของน้องชายเมื่อรู้ดีว่ามันคงเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ ร้านในยามสายนั้นแลดูบางตาไม่หนาแน่นเช่นชั่วโมงเร่งด่วน “แก้วนี้ฉันเลี้ยง”

 

                อินทนิลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนๆที่คุ้นตา “โหเจ๊ ใจป้ำขนาดนี้หวังอะไรรึเปล่าเนี่ย” คำตอบที่ได้กลับมา กลับเป็นเพียงเสียงหัวเราะน้อยๆจากหลังเครื่องชงกาแฟที่กำลังส่งเสียงหึ่งๆชวนรำคาญ “ก็เป็นน้องนี่นา”

 

                “เพิ่งรู้ว่าเจ๊ทำการกุศล” เอนตัวลงวางแขนท้าวคางกับพื้นเคาต์เตอร์ลามิเนต กล่าวพลางสลับทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

 

                “เพราะยังไงเดี๋ยวอินก็มาอีก” หญิงสาวตักน้ำแข็งบรรจุลงแก้วก่อนปิดฝาให้สนิท จงใจวางแนบแก้มของคนเป็นลูกค้า “คงได้อุดหนุนอีกหลายครั้งใช่ไหม”

 

                เด็กหนุ่มยิ้มกว้างขึ้น ก่อนคว้าแก้วนั้นมาจากมือผู้เป็นพี่สาว “ก็ต้องดูว่ากาแฟของเจ๊สู้ร้านอื่นได้รึเปล่า”

 

               

 

 

                “บรรยากาศของร้านก็เข้ากับเจ๊ดี แบบนี้ค่อยวางใจหน่อย” คนเป็นน้องชายกล่าวพลางดูดมอคค่าในแก้วซวบๆอย่างไม่ใส่ใจต่อคู่สนทนา เอนหลังพังเบาะ เหยียดกายบิดขี้เกียจเต็มที่ “ตอนเจ๊บอกจะเป็นบาริสต้า ฉันนึกภาพเจ๊ทำงานสตาร์บั๊กไม่ออกเลยจริงๆ”

 

                “โชคดีจริงๆที่ได้งานที่นี่ก่อน” อีกฝ่ายกล่าวเนิบๆ ก่อนเหม่อสายตามองออกไปนอกหน้าต่างร้านอย่างไร้จุดหมาย

 

                “ถ้าไม่ได้งาน เจ๊ก็ไม่กลับ คนอย่างเจ๊ไม่มีทางเดินเข้าไปสมัครงานในสตาร์บั๊กหรอกน่ะ” เจ้าของแก้วมอคค่ายังคงกล่าวกระเซ้า

 

                เธอหันขวับกลับมาทางคู่สนทนา บางครั้งน้องชายคนนี้ก็เหมือนจะอ่านความคิดของเธอออกไปเสียทุกเรื่องจนเริ่มคิดว่าคงไม่มีความลับใดที่ตบตาเจ้าหมอนี่ได้แน่ๆ

 

                แก้วพลาสติกกระทบพื้นโต๊ะ ก่อนตามมาด้วยเสียงถอนหายใจยาวๆของเจ้าของ “ถามอะไรซักอย่างได้มั้ยเจ๊” ชายหนุ่มเอนคอมองไปข้างหลังอย่างคล้ายคนหมดอาลัย แม้ว่าจะไม่ให้ความรู้สึกว่าเจ้าตัวเป็นเช่นนั้นเลยก็ตามเมื่อวัดจากน้ำเสียงที่เข้มแข็งขึ้นราวกับจงใจจะเปิดประเด็นสำคัญ

 

                “ว่ามาสิ”

 

                “เจ๊คนที่นั่งอยู่โต๊ะตรงโน้นน่ะ เป็นเจ้าของร้านเหรอ” เสียงทุ้มดูหน่วงลงไม่สดใสเหมือนที่ผ่านมา ชั่วขณะนึงที่ทำให้เธอรู้สึกว่าสามปีที่ไม่ได้เจออาจจะทำให้น้องชายของเธอเปลี่ยนไปจริงๆ

 

                นนทรีส่ายหน้าวืด กวาดตามองตามทิศที่คู่สนทนากล่าวถึง ฟากนั่นเป็นโต๊ะตัวประจำของไอยวริญท์ “เป็นเพื่อนของเจ้าของร้านน่ะ มีอะไรเหรอ”

 

                เสียงตอบกลับนั้นห้วนๆ ยากจะบอกว่าผู้พูดจริงจังหรือเจตนาเพียงแค่ล้อเล่น “...งั้นก็แปลว่าจีบได้ใช่มั้ย”

 

                “....” เหมือนเสียงทั้งหมดจะถูกกลืนหายไปพร้อมๆกับประโยคของน้องชาย ไม่รู้ว่าตัวเองเผลออ้าปากค้างตั้งแต่เมื่อไหร่ คำอุทานและสบถมากมายพรั่งพรูอัดแน่นเต็มหัวแต่ไม่สามารถกล่าวออกมา “น...นั่นมุกใช่มั้ยอิน”

 

                อินทนิลฉีกยิ้มทะเล้นเช่นที่มักจะทำประจำยามที่กำลังจะก่อเรื่อง  “ก็ไม่รู้สินะ... เจ๊ว่ายังไงล่ะ”

 
----------------------------------------------------------------------------------
 
มาแบบเงียบๆเมาๆ แบบประกาศกฏอัยการศึก //ซรับน้ำตา 
ฝ...ฝากด้วยนะคะ
Tags: hb 7 Comments

Comment

Comment:

Tweet

ก๊าซ มาเชียร์ให้จีบเลยค่ะ 5555555
พี่น้องคู่นี้น่ารักชะมัด ดูอยู่กันคนละขั้วแต่ก็กลมกลืนกันดี วูล์ฟว่านนท์ไม่ต้องกังวลอะไรแล้วล่ะค่ะ ห่วงแต่ในร้านว่าจะโดนถล่มเละโดยเจ้อัยย์กับตาอินรึเปล่าก็พอแล้ว 5555555555
ชอบตอนนนท์คิดอะไรในหัวเต็มไปหมดแต่พูดไม่ออกจัง โอ๊ย น่ารัก cry
พี่น้องคู่นี้นิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่น่ารักทั้งคู่เลยค่ะ cry

น้องอินมานี่...เห็นเค้าความปั่นป่วนภายในร้านเลย ไหนจะอัยย์ เจ้ากล้าอีกคนอืมมม น่าสนุก คิกๆๆๆ question

#6 By Adeya on 2014-06-27 11:10

ก๊าซซซซซซซซ จีบเลยๆๆๆๆๆ #เราจะช่วย
/สนานกับเรื่องรักๆใคร่ๆของชาวบ้านทั้งผปคทั้งลูก #ก๊วนคานทองกับพ่อปลาไหลพึ่งยังจบได้ไม่นานยังอินกับเด็กหม่ำคนแก่อยู่ #ฮรืออ #เชียร์สุดใจเลย
อนึ่ง ชอบฟีลลิ่งของพี่น้องคู่นี้จังฮ่ะ พี่สาวน่ารักๆ กับน้องชายเกรียนๆ
อสอง มองการหย่อนระเบิดของนต open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By S-SMILE on 2014-06-25 08:51

แหมะ คำพูดเปิดมาถามว่าอ้วนขึ้นมั้ยเนี่ย มันใช่คำพูดทักสาว ๆ เหรอคะน้องอิน // หยิกแก้มยืด

พี่น้องที่รักกันนี่ดีเนอะ จริง ๆ ถ้าผูกพันกันละ อยู่ห่างกันแค่ไหนสายสัมพันธ์ก็ไม่ขาดง่าย ๆ หรอก

แล้วฉันจะรอดูคุณน้องอินจีบอัยย์นะจ๊ะ 55555big smile

#4 By Fern-CS#4 on 2014-06-25 00:54

น้องอินนี่ดูกวนและทะเล้นนัก ท่าทางจะเป็นเด็กแสบและซนไม่น้อยเลยย

ท่าทางจะเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับร้านที่ค่อนข้างจะสงบเงียบ ราบเรียบแห่งนี้ค่ะ

กำลังคิดว่าถ้าไปเข้าคู่กับอัยย์ ร้านนี้คงป่วนขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวค่ะ cry

#3 By ::376SEC:: on 2014-05-29 23:17

น้องนนท์น่ารักนะคะ พี่โดนน้องชายทักเข้าให้แบบนี้คงประเคนกาแฟลวกปากให้มันกินค่ะ เรื่องต้องห้ามแบบนี้พูดได้ยังไงยะ

บ๊ะ ฉันชอบไอ้เด็กนี่ โดยเฉพาะปากมอมๆ มัน มันต้องเป็นหนึ่งในตัวละครโปรดที่จะเทียบเชิญมาเล่นบ่อย รู้สึกได้

อีหนูว์ ใครรังแกอะไรมา จะคิดมารังแกของแปลกต่อแก้เซ็งเหรอจ๊ะ? มาเลยจีบเลย แล้วเธอจะรู้ว่าความเอนเตอร์เทนมันเป็นยังไง open-mounthed smile

สงสารก็แต่อี้ท่าทางร้านจะห่างไกลภาพลักษณ์สวยสงบพรีเมี่ยมไปหลายโยชน์ 5555

#2 By *Alyssa* on 2014-05-28 18:31

เอ้ยยย พี่ชอบเจ้าหนูนี่ยยยย์ ลูกเธอสองคนน่ารักทั้งสองคนเลยค่ะนต. !!

คือในชีวิตจริง ๆ พี่ชอบผู้ชายสไตล์นี้นะ แบบมาเป็นเพื่อนพี่น้องได้สบาย 5555 คงสนุกน่าดู

มีหมอนี่เข้ามาพี่ว่าร้านนี้เฮฮาขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ /เห็นแววความวุ่นวายมารำไร ๆ

หากน้องเบื่อเสียงดัง ๆ และความวุ่นวายขอเชิญได้ที่ชมรมคนรักความสงบค่ะ #มันมีด้วยเรอะ 5555
โอ้ยยย แต่อยากรู้จริง คนเงียบ ๆ กับคนแนวนี้มาเข้าฉากกันจะเป็นยังง้ายยย 55555

ไว้เรามาลองโรลเพลย์กันนะ ฮ่า ๆ open-mounthed smile open-mounthed smile confused smile

#1 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-05-28 18:25