[HB] Rhythm of the rain

posted on 10 Oct 2014 22:24 by sr-wish in HB

*เอ็นทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Hummingbird Cafe

 
 
ช่วงเวลา : เดือนตุลาคม  

ตัวละคร : อินทนิล, จิรันดา

 

 

--------------------------------------------------------------------------------

 


ข้าวเหนียวร้อนๆคู่กับหมูปิ้งในถุงพลาสติกใสถูกส่งต่อให้หญิงสาวผู้กำลังง่วนอยู่กับการเก็บกีตาร์ใส่กระเป๋า รอยยิ้มกว้างๆของขาตามมาด้วยประโยคทีทะเล้นเช่นประจำ “ผมเลี้ยง”

 

“ถือซะว่าฉลองให้ความสำเร็จของวันนี้ไง” เจ้าตัวดีรีบสำทับต่อทันทีที่เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนจัดแจงส่งต่อถุงหมูปิ้งใส่มือและแย่งเอากระเป๋ากีตาร์ใบเขื่องมาถือไว้เสียเอง

 

“ขอบคุณค่ะ” จิรันดารับคำช้าๆก่อนก้มลงพิจารณาเครื่องฉลองให้ความสำเร็จในมือ

 

เป็นไอเดียของเขาเองที่เสนอให้เธอมาเล่นดนตรีเปิดหมวกในวันนี้... เป็นเพราะชั่วโมงเรียนดนตรีที่ทำให้เขาพอจะปักใจเชื่อว่าฝีมือของตนไม่ได้แย่ แม้ว่าสุดท้าย เขาแทบจะทิ้งภาระหน้าที่ของวันให้เธอเกือบทั้งหมด นึกแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่สิ่งที่เขาทำก็มีแต่เคาะกีตาร์เป็นจังหวะประกอบเท่านั้น

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... วันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะเขาได้เห็นรอยยิ้มหายากของอีกคนจนจุใจเลยทีเดียว

 

...และนั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่พออธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกมีความสุขอยู่ลึกๆแบบนี้

 

“วันนี้สนุกดีนะพี่จีน เห็นแบบนี้แล้วผมคงต้องตั้งใจเรียนขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ” อินทนิลพูดกระเซ้าเบาๆก่อนทิ้งตัวลงนั่งข้างหญิงสาวอายุมากกว่า “กินเถอะพี่จีน เดี๋ยวก็ไม่ร้อนหรอก”

 

เจ้าหล่อนดูลังเลไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบรับเบาๆ และจัดแจงเจ้าหมูปิ้งตรงหน้าตามคำแนะนำของอีกคน

 

“โชคดีที่ฝนไม่ตก” กล่าวขึ้นพลางเบือนสายตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้ม ปกคลุมแสงอาทิตย์จนเวลาเย็นนั้นมืดคล้ายย่างเข้ากลางคืน ผู้คนที่บางตาและไฟสีส้มสว่างในสวนสาธารณะให้ความรู้สึกที่ไม่ปลอดภัยอย่างชอบกล

 

“นั่นสิคะ”อีกคนตอบทันทีที่กลืนหมูปิ้ง “ถ้าฝนตกลงมาระหว่างเล่นอยู่คงต้องลำบากแน่ๆ”

 

“งี้คราวหน้าเห็นทีต้องหาแมวดำมาด้วยแล้วสิ” คนเปิดประเด็นกล่าวต่อ ก่อนเบือนสายตากลับมาทางคู่สนทนา “ฝนจะตกก็รีบแห่ ฝนจะตกก็รีบแห่ เผื่อพระพิรุณจะเมตตา”

 

“อินหมายถึง... แห่นางแมวรึเปล่าคะ” จิรันดาถามสวนกลับอย่างไม่มั่นใจ

 

“อื้อ” เด็กหนุ่มรีบรับคำ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเผลอหลุดขำเบาๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

“ไม่ใช่นะคะ แห่นางแมวนั่นไว้สำหรับขอฝนต่างหาก”

 

คนกล่าวผิดยังคงตีหน้าซื่อตาใส “อะไรกัน พี่จีนจำผิดรึเปล่า” ก่อนจะเผลอหัวเราะตามอีกคนแล้วยกสองมือขึ้นคล้ายยอมรับในความผิด

 

“อินนั่นล่ะค่ะที่จำผิด”

 

“โอเค ยอมแล้ว” รับคำเสียงใสเมื่อพบว่าตนเองคงเถียงไม่ขึ้น ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงหยดน้ำเล็กๆกระทบเหนือปลายจมูกเป็นสัญญาณเตือนว่าพระพิรุณหาได้เมตตาตามบทสนทนาของเขา

 

“ไม่น่าพูดถึงเลย ฝนตกอย่างกับสั่งได้จริงๆ” โคลงหัวเบาๆก่อนพยักหน้าให้กับอีกคน แต่ทันทีที่จะเอ่ยประโยคชวน สายฝนห่าใหญ่ก็ตกกระหน่ำมาในทันที ไวเท่าความคิด เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวข้างตัวก่อนวิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ใกล้ที่สุดในทันที แต่ก็ดูจะสายไปไม่มากก็น้อย เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกและคาดว่าอีกคนคงมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 

อินทนิลหันไปมองหญิงสาวคล้ายขอความคิด ก่อนที่ทั้งคู่จะเผลอหัวเราะโดยมิได้นัดกันและไม่มีเหตุผลใดๆ

 

เขาไม่ได้รังเกียจสายฝน ออกจะชอบอากาศเย็นๆที่ลมหอบมาทุกครั้งที่ฝนตกเสียด้วยซ้ำ และบ่อยๆครั้ง ฝนมักจะนำพาเรื่องดีๆมาให้เขาอยู่เสมอๆ

 

“อาจจะมีคนที่แห่นางแมวอยู่ก็ได้นะคะ”จิรันดาเอ่ยเอื่อยๆก่อนปัดผมที่ชุ่มน้ำขึ้นทัดหู เรียกสายตาของเขาให้เผลอมองอย่างไม่วางตา ก่อนคล้ายจะได้สติกลับเมื่อเจ้าองเสียงหวานๆหันมาสบตา

 

เป็นอีกครั้งที่นึกโทษตัวเอง... ถึงยามที่เจ้าหล่อนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนจะน่ามองสำหรับขา แต่มันก็ออกจะเป็นการเสียมารยาทอยู่ไม่น้อย... คงไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบเวลาที่ถูกจ้อมองยามเสื้อแนบเนื้อเช่นนั้นหรอก

 

เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองขึ้นสีเบาๆ ทั้งๆที่ก็เลยวัยที่ควรจะเขินอายกับเรื่องแค่นี้มามากแล้วก็ตาม

 

“อินเป็นอะไรรึเปล่าคะ” คนถูกมองรีบถามอย่างตกใจเมื่อเห็นคนอารมณ์ดีมีท่าทางที่แปลกไป ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นคำปฏิเสธและเสียงหัวเราะที่เก้อเขินพิลึก

 

หากเขามีเสื้อตัวนอกติดมาด้วยเขาคงไม่ลังเลที่จะยื่นให้เจ้าหล่อนแน่ๆ แต่หากจะให้ถอดเสื้อยืดตัวที่สวมอยู่ให้ ก็เกรงแต่จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ครั้นจะเอ่ยเตือนออกไป ก็กลัวเจ้าตัวจะเขินอายหรือเสียความมั่นใจไปเสียก่อน

 

เป็นภาวะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกที่เขาได้แต่ลอบกลืนน้ำลายและเบือนสายตาหนีจริงๆ

 

และเรื่องที่ไม่สมควรที่สุดคือ เมื่อปล่อยให้จินตนาการของตนโลดแล่นไปในทางที่ไม่สมควรแล้ว มันกลับหยุดได้ยากจนเขาแทบอยากจะเอาหัวโขกต้นไม้เสียร่ำไป

 

ความเงียบอันน่ากระอักกระอ่วนสำหรับเขาเข้ามาแทนที่เสียงหัวเราะ... ขณะที่เจ้าตัวก็พยายามคิดหาประโยคเพื่อเปิดประเด็นสนทนาท่ามกลางมโนภาพที่เต็มไปด้วยเรื่องไม่สมควร

 

ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ยิ่งด่าตัวเองมากเท่านั้น

 

ก่อนที่เรื่องในหัวจะถูกขัดขึ้นด้วยเสียงกระแอม และประโยคที่ถูกถามอย่างลังเล“อินไม่ชอบร้องเพลงเหรอคะ”

 

อินทนิลเลิกคิ้วกับคำถามที่ได้รับ ความฉงนสงสัยเข้ามาจับจองพื้นที่ในจิตใจ “พี่จีนมีอะไรรึเปล่า”

 

“เปล่าค่ะ... พี่แค่ไม่เคยเห็นอินร้องเพลง ก็เลยสงสัยน่ะค่ะ”

 

คนถูกถามนึกย้อนทบทวน ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆให้อีกคน “ผมร้องไม่เก่งหรอก ถนัดฟังมากกว่า”

 

“พี่จีนอยากฟังเหรอ” หยอกเอินเคล้าเสียงหัวเราะเบาๆ

 

“ถ้าอินจะร้อง พี่ก็ยินดีจะฟังค่ะ” หญิงสาวตอบกลับเสียงซื่อ ทำเอาเจ้าตัวแทบอยากจะกุมขมับกับข้อเสนอของตน

 

จู่ๆจะให้เขาร้องเพลงโดยไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถแต่อย่างไร แต่เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ใช่นักร้องที่เก่งกาจ ยิ่งเมื่อเทียบกับคนรับคำด้วยแล้ว เขาจึงกลัว... กลัวที่ว่าเขาเองอาจจะทำได้ไม่ดี

 

...กลัวแม้แต่ว่าเธอจะหัวเราะ กลัวที่สุดคือเธอจะไม่ชอบใจ

 

เขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ... แต่หากปฏิเสธออกไปก็กลัวว่าจะทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน....

 

หากไม่มีวิธีที่จะปฏิเสธดีๆได้ เขาก็ต้องร้องให้ดีที่สุด ก็เท่านั้น

 

อินทนิลลอบถอนหายใจเบาๆหนึ่งครั้ง พลางตัดสินใจเลือกทันทีที่แอบเห็นแววตาคาดหวังจากอีกคน

 

“นี่พี่จีน....” ร้องเรียกเบาๆ ขณะที่ก้มหน้าง่วนอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะส่งหูฟังข้างหนึ่งให้เจ้าของชื่อที่ตนเรียกหา

 

“ถ้าผมร้องเพี้ยนก็อย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ”

 

...โชคดีจริงๆที่เคยโหลดดนตรีเก็บไว้ในเครื่องบ้างตามวิสัยคนหัดเล่นดนตรี อย่างน้อยๆถ้าเขาเกิดทำผิดพลาดประการใด ก็ยังมีเสียงดนตรีช่วยปกปิดอยู่ไม่มากก็น้อย

 

เขากดเล่นเพลงทันทีที่หญิงสาวสวมหูฟัง แล้วเปล่งเสียงร้องเบาๆพอให้อีกคนได้ยินท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำไม่ขาดสาย

 

 

 (แนะนำให้ฟังเพื่ออรรถรสนะคะ 555)

 

 

 

“กินยาแล้วนอนห่มผ้าหนาๆ” อินทนิลกรอกเสียงผ่านปลายสายด้อยรอยยิ้ม ขณะเช็ดหยดน้ำออกจากกกีตาร์ทั้งสองตัวที่ตนเองอาสารับผิดชอบ “ดูแลตัวเองมากๆด้วยนะ”

 

“พี่ทราบแล้วค่ะ” ปลายสายตอบกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนตามมาด้วยเสียงจาม

 

“อย่าลืมเป่าผมให้แห้งก่อนนอน... พรุ่งนี้พี่จีนห้ามไปทำงานนะ ป่วยแบบนี้ผมว่าหยุดพักซักวันเถอะ พี่อี้เขาคงไม่ว่าอะไรหรอก”

 

“แล้วพี่ตา...”

 

“พี่จีนไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวอินโทรบอกพี่นนท์ให้”

 

จิรันดาเงียบไปพักนึงคล้ายลังเล

 

“ห้ามไปเด็ดขาด!!” เด็กหนุ่มรีบขึ้นเสียงเข้ม สังหรณ์ลึกๆในใจเตือนว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา มันก็เป็นเพราะความผิดของเขาแน่ๆ

 

“...ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเสียงอ่อน “อินก็เหมือนกัน... รักษาตัวเองด้วยนะคะ”

 

“พี่จีนก็เหมือนกัน....” ถอนหายใจเบาๆ

.

.

.

.

.

“ผมเป็นห่วงนะ”

 

...ห่วงมาก และห่วงมากๆ

 

เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ ชิงจังหวะความเงียบเป็นฝ่ายกล่าวขึ้นมาก่อน

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับพี่จีน”

 

 ตัดสายโทรศัพท์ก่อนก้มมองกีตาร์ไม้ในมือที่ถูกเช็ดจนแห้งเกือบจะสนิท พลันนึกไปถึงเจ้าของของมันอย่างอกเสียไมได้...

 

 --------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

สรุป

-           อินชวนจีนไปเล่นดนตรีเปิดหมวก

-           ฝนตกตอนเก็บของกลับเลยอาศัยหลบฝนใต้ต้นไม้

-           จีนเสนอให้อินร้องเพลงให้ฟัง เจ้าตัวลังเลแต่ก็ร้อง

-           อีกคนป่วย เลยโทรไปดูแลก่อนนอน

 

ถอกกันเถอะ

-           //กราบสี่ทิศ ช่วงนี้ภาษาเขียนแย่มากค่ะ แงงงงงงงงง

-           มันคืออินเดอะเรน ตอนเปิดของมหากาพย์ 555555555

-           ถึงจุดนี้คงไม่เรียกว่าเขียนชงแล้วล่ะค่ะ 5555555555

 

Comment

Comment:

Tweet

ว๊ากกกก ป้อจายคนนี้หล่อมากกกจริงจริงงงง 
เด็กกำลังกรุบกรอบด้วย โหยยย อิจฉาสาวจีนเบาๆ คว้าไว้ให้ดีส่งเสียเรียนให้สูงเลยนะเธอ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนนนน #หะ? 

ฉันอยากเป็นคนเขียนอะไรแบบนี้ได้มั่งจริงๆ แท็กนี้ทำต่อเนื่องเป็นมินิซีรี่ย์ได้เลยอะ น่ารักก เราโบกปอมๆ เชียร์อยู่ห่างๆ นะจ๊ะ open-mounthed smile

#2 By *Alyssa* on 2014-10-17 22:39

เจ้าอินนี่บทมันจะหล่อมันก็หล่อจริง ๆ นะคะ แอร๊ยยยยยยย ขอกรี๊ดแป้บบบ ชอบหมอนี่จริง ๆ cry cry (แอบหวั่นไหวแทนจีน 55555)

คือหมอนี่มันมีความเป็นผู้ชายอยู่เต็มเปี่ยม  และรู้จักแสดงออกในแบบที่กำลังพอดีอะ ทำให้ดูมีเสน่ห์ไปเลย 555

ผู้ชายแบบนี้หลุดรอดมาถึงมือจีนได้นับว่าเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ฮาา ส่วนต่างอายุเกือบห้าปีไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ ก๊ากกก

นี่เป็นฟิคนี่เหมือนไม่มีอะไร แต่มันมีอะไรและมันก๊าวได้ ฮึ้ยยยย น่ารักกกกกกก ชอบบรรยากาศในฟิคมาก ๆ มันดูอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเย็นของสายฝนอะค่ะ cry cry cry

#1 By ~ คุณใบเตย ~ on 2014-10-13 11:49