[EINT]After Chapter I

posted on 28 May 2015 03:12 by sr-wish in EINT

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
Exteen Intersomnia
 
 
--------------------------------------------------------------------------------

                ...เอ็งไปวัดครั้งล่าสุดเมื่อไหร่

 

                ตัวเลขบนหน้าจอโทรทัศน์ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างเชื่องช้า เขาได้แต่ภานาให้มันหยุดอยู่เพียงแค่เท่านั้น หากแต่คำภาวนากลับไม่เป็นผล จากเลขหนึ่ง เปลี่ยนไปสู่เลขสอง สาม และสี่... ตามลำดับ

 

                เขาคงจะดีใจมาก หากเลขดังกล่าว... ไม่ใช่สกอร์ของฝั่งตรงข้าม

 

                แม้ว่าเขาจะเคยชินกับความเจ็บปวด แม้ว่าพักหลังเขาจะไม่รู้สึกยี่หระกับความพ่ายแพ้ และแม้ว่าเขาจะยิ้มสู้และยอมรับมันไหว แต่วันนี้กับต่างออกไป นี่เป็นนัดแรกที่เขาต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

 

                ความฝันนั้นจบลงแล้ว....

 

 

 

               

                ตลอดช่วงชีวิต เขาต้องเผชิญกับการจากลามานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าถ้าถึงวันที่คนๆนี้จากไป... เขาจะทนได้หรือไม่ และความเจ็บปวดนั้นจะสาหัสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหรือไม่... ก่อนที่ความคิดเหล่านั้นจะถูกสลัดทิ้งไป ไม่มีใครคาดคิดว่าคำถามนั้นกลับมีวันที่กลายเป็นความจริง

 

                สายตาอ้างว้างก้มมองเสื้อสีแดงในมือแน่นิ่ง ลายเซ็นด้วยปากกาสีดำเหนือตัวเลขแปดสีขาวชวนให้หวนนึกถึงรอยยิ้มของคนผู้หนึ่งที่เขาฝากความฝันเอาไว้

 

                ในเมื่อวันนี้มาถึง เขาฝันเพียงว่ามันจะเป็นการลาจากกันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

 

                บาดแผลและความเจ็บปวดนี้.... ช่างสาหัสเหลือเกิน

 

 

 

                ไล่นิ้วผ่านเส้นผมสีดำสนิทที่เริ่มยาวไม่เป็นทรงของตน ขณะที่สายตายังคงจับจ้องอยู่บนกระดาษโน้ตในมือ ตัวอักษรยึกยือเขียนด้วยปากกาลูกลื่นหมึกสีน้ำเงินคล้ายกับภาษาไทย แต่กลับไม่ใช่ภาษาไทย คิ้วเข้มพลันขมวดเข้าหากันเมื่อหยุดสายตาลง ณ เครื่องหมายประหลาด ก่อนลองเปล่งเสียงเบาๆอย่างไม่ใคร่เป็นภาษาและฟังดูชวนให้ขบขัน

 

                เสียงหัวเราะใสกังวานดังมาจากที่ไม่ห่าง เรียกให้สมาธิที่กำลังจดจ่อ ขาดผึงไปในเสี้ยวลมหายใจ เขาเงยหน้ามองช้าๆพร้อมถอนหายใจอย่างแผ่วเบา

 

                เธอยังคงส่งยิ้มมาให้... รอยยิ้มที่มักจะแต่งแต้มเหนือเรียวปากอิ่มคู่นั้นเช่นทุกที แววตาคู่กลมโตเองก็มองมาอย่างขบขัน

 

                เขาผละมือออกจากเส้นผม ลดตำลงมาเหนือระดับอกของตน กระตุกรอยยิ้มขึ้นเล็กน้อยตามนิสัย

 

                เว้นช่วงสูดลมหายใจให้เต็มปอด ความขบขันในแววตาอีกคู่นั้นเริ่มถูกแทนที่ด้วยความฉงนสงสัย

 

                “ตั้งจิตอธิษฐานแล้วกล่าวตามข้าพเจ้านะโยม... นะโม” เสียงเข้มถูกบีบลงให้แหลมเล็กพร้อมสำเนียงที่แหบแห้งเลียนภาพลักษณ์ของสมณะ “ตัสสะ... “

 

                เป็นไปตามคาด เธอหัวเราะ... เสียงหัวเราะที่เขาอดหัวเราะตามไปไม่ได้

 

                “ฉันนึกภาพนายเป็นพระไม่ออกเลยจริงๆ” หล่อนกล่าวแทรกขึ้นพลันปาดน้ำตาเบาๆ “หลวงพี่คะ ในวัดเขาห้ามดูบอลนะคะ”

 

                “ก็ไม่ต้องคิดไง” กล่าวพลางโคลงหัวเบาๆก่อนเอนหลังพิงพนักโซฟา “เก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์”

 

                “แค่นายบอกว่าจะไปบวชฉันก็เซอร์ไพรส์มากแล้วนะ” หญิงสาวกล่าวพลางเอื้อมมือมาสัมผัสเส้นผมที่รวบไว้ลวกๆของเขา

 

                “ก็ลองดูเผื่อบวชแล้วดวงจะดีขึ้นมั่ง” เขาหลับตานึกย้อนถึงสิ่งที่เจอมาตลอดช่วงที่ผ่านมา ทั้งความพ่ายแพ้... การตกอันดับ... การจากลา... นี่ยังไม่นับรวมความฝันที่เจ็บปวดและโชกเลือดเหล่านั้นอีกต่างหาก

 

คนได้รับคำตอบหัวเราะเบาๆอย่างรู้ทัน ก่อนจะเบี่ยงประเด็นขณะที่สองมือกำลังสาละวนจับการถักเส้นผมในมือเจ้าหล่อนให้เป็นเปียขนาดเล็กๆอย่างที่มักจะทำประจำ “ไม่เสียดายผมรึไง อุตส่าห์เลี้ยงจนยาวตั้งขนาดนี้”

 

                เขาเหลือบตามองไปทางผู้ถาม เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “...ฉันแค่ขี้เกียจไปตัด”

 

                “ก็คิดแค่ว่า... ได้ลองใช้บริการนะโมตัดสระบาเบอร์ก็คงดีเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

                “ไม่ต้องห่วง... เตี่ยจัดการเรื่องงานทางนี้เรียบร้อยแล้ว เอ็งท่องคำอุปชาให้ขึ้นใจละกัน” เสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากอันเป็นเอกลักษณ์ส่งผ่านปลายสาย “ในที่สุดก็มีชายผ้าเหลืองให้เกาะขึ้นสวรรค์ซักที เตี่ยสั่งจีวรยาวพิเศษเพื่อเอ็งเฉพาะเลยนะ”

 

                “จีวรไม่ใช่สไบหรือส่าหรีนะเตี่ย” คนเป็นลูกตอบกลับพลางหัวเราะเบาๆ

 

                “เตี่ยรู้น่า วะ อากงเอ็งก็เกาะชายผ้าเตี่ยขึ้นสวรรค์เหมือนกันนะเว้ย” คนเป็นพ่ออธิบายต่อด้วยเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆราวกับกดปุ่มเร่งเสียง “ไม่ต้องห่วงนะอาหง... เตี่ยเตรียมขบวงแห่ไว้เรียบร้อย อาหารการกินอิ่มหมีพีมัน ลูกชายเตี่ยบวชทั้งคน”

 

                “ไม่ต้องงานใหญ่หรอกเตี่ย นี่งานบวชนะ...”

 

                “ปล่อยให้เตี่ยจัดการเถอะน่ะ เอ็งน่ะแค่เตรียมตัวให้พร้อมก็พอละ... ละนี่จะกอดแฟนก็รีบกอด จะจูบก็รีบจูบล่ะอาหง เดี๋ยวเอ็งบวชไปนานๆ จะไปกอดต้นไม้ไม่ได้นะเว้ย”

               

                คนเป็นลูกชายถอนหายใจเบาๆ... นึกอยากแย้งแต่ก็หาคำแย้งใดแทรกขึ้นมาไม่ได้...

 

                เขากลอกดวงตาไปมาอย่างช้าๆ สมองพลันฉุกคิดถึงสาเหตุของการโทรศัพท์ครั้งนี้ที่เขาแทบจะลืมเลือนไปเสียแล้ว ความเจ็บปวดในฝันเหมือนแล่นเข้ามาสู่ช่วงแขนอีกหน... นั่นอาจจะเป็นครั้งแรกที่เขานึกถึงความตายของตนเอง และความรู้สึกนั้นยังคงแจ่มชัดทุกครั้งที่เขาระลึกถึง

 

                “แต่วัดเดี๋ยวนี้อะไรๆมันก็ไฮเทคไปหมดแล้วนี่นะ / เตี่ย ไปคุยกับวัดป่าให้หน่อยได้ไหม เปลี่ยนใจแล้ว” ปลายสายโทรศัพท์ทั้งสองฝั่งกล่าวขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายใดๆ

 

                “เอ็งพูดว่าอะไรนะอาหง”

 

                “เตี่ย ไปคุยกับเจ้าอาวาสวัดป่าให้หน่อยได้ไหม...”

 

                “เอ็งไปเมาอะไรมาวะ วัดป่ามันลำบากนะ เอ็งจะอยู่ได้เหรออาหง”คนเป็นพ่อรีบกล่าวห้าม

 

                “ไม่ได้มันก็ต้องอยู่ได้ล่ะเตี่ย...”

 

                “วะ เอ็งนี่ใจถึงเหมือนเตี่ย เอ็งแน่ใจแล้วนะอาหง จะมาร้องไห้ให้เตี่ยไปรับกลับไม่ได้นะเว้ย”

 

                “ถ้าอยู่ไม่ได้เดี๋ยวก็หาทางกลับได้เองแหละ...”

 

                คนรับจัดการเรื่องระเบิดหัวเราะอีกครั้ง “แล้วเอ็งคิดจะบวชสองอาทิตย์เหมือนเดิมเหรอวะ ไปบวชวัดป่าเดี๋ยวก็ถูกตะเพิดออกมาหรอก”

 

                “งั้นเดือนนึง”

 

                “ห้ามเปลี่ยนใจนะเว้ย ถือศีลแปดรอได้เลยเอ็ง” ปลายสายพลันตัดฉับลงราวกับกลัวคนเสนอเปลี่ยนใจเสียก่อน ท่าทางดีใจที่เกินพอดีของผู้เป็นพ่อนั้นทำเอาเขาฉุกคิดอีกหนว่าตนเองได้ตัดสินใจถูกหรือไม่...

 

                ภาพในความฝันนั่นแล่นกลับมาอีกหน เช่นเดียวกับเสียงใบไม้ที่เสียดสีรับกับเสียงร้อง และกลิ่นโลหิตคาวๆของตัวเขาเอง

 

                เขารู้ว่ามันเป็นแค่ความฝัน....

 

 

 

 

                แต่ลองไปใช้ชีวิตห่างไกลความเจริญในป่าซักเดือนก็คงไม่เลวเหมือนกัน

 

 

 

 

               

 

 

                เย็นนั้นที่เขาเห็นสเตตัสหนึ่งในเฟสบุo

 

                “บุญขนาดนี้ อั๊วคงได้ไปอยู่ในวังเง็กเซียน”

 

                และเป็นอีกครั้ง.... ที่เขาถามกับตัวเองว่า ยังมีเวลาเหลือมากพอที่จะเปลี่ยนใจหรือไม่

--------------------------------------------------------------------------------
 
ใครเอ่ย พรุ่งนี้สอบ... 
 
 
//หัวเราะแบบนิคกี้มินาจ ขอต๊ะเชิงออรถไว้ก่อนนะคะ
 
 
อสอง...... หงคงไม่ได้บวชสายที่เคร่งมากเท่าไหร่ค่ะ... ;)
 
 
 
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet

นมัสการหลวงพี่ นี่หลวงพี่เสียสละเพื่อทีมขนาดนี้เลยเหรอหลวงพี่/น้ำตาไหลริน /เราจะไปช่วยพี่แห่นาคนะ

ตอนนี้พี่หงหล่อนะฟฟฟฟ
นต.ยังใช้ภาษาง่ายกระชับสนุกดีเหมือนเดิมฟฟฟฟ อ่านแล้วสนุก ไม่เบื่อ ตลกด้วย บทจะซึ้งๆเจอนโมตัดสระกับ วังเง็กเซียนนี่ขำเลอ55555
อนึ่ง พี่หงกับมาลารินน่ารักมาก
อสอง เตี่ยยังคงท็อปฟอร์ม จริงๆเตี่ยนี่นักแสดงหลักปะพี่หงแค่สมทบชาย#โดนบอลอัดหน้า
/ล้อเล่นนะพี่หงหล่อมาก ชอบตรงที่มีจุดเปลี่ยนของคาร์ มีพัฒนาการโตไปตามเนื้อเรื่อง เราจะรอดูความเปลี่ยนแปลงหลังบวชวัดป่าของพี่หงนะ
/หลวงพี่อย่าแอบกินมาม่านะ(....)

#3 By S510.Light on 2015-06-01 02:31

เปิดเอนทรี่มารู้เรื่องเลย /น้ำตามา /กอดคอพี่หงอย่างเข้าใจ
บวชนานๆนะพี่เผื่อล้างซวยละลิเวอร์พูลได้แชมป์ ตั้งแต่พี่เกิดมาลิเวอร์พูลก็ไม่เคยได้ถ้วยลีกอีกเลยนะ!

#2 By PuppyToshi on 2015-05-29 23:27

โถหง นี่เป็ดร่วงขนาดมึงต้องบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลิเวอร์พูลเลยเหรอวะ /พารณว้อย
แงงงงง หงงงงงงง เพื่อนคงไม่ได้ไปงานบวชนะแต่จะส่งข้อความเฟสบุคไปให้   ข้อความเหมือนพารณว้อยด้านบนแหละ /โดนหงต่อย

#1 By Wolf.G on 2015-05-28 03:25